ช่วงเวลาหลังคลอด คุณแม่ทุกคนคงคิดว่าเป็นเวลาแห่งความสุขที่จะได้เห็นหน้าลูกน้อย แต่ในความเป็นจริงกลับพบว่า คุณแม่หลังคลอด มักมีอาการซึมเศร้า หดหู่ อารมณ์แปรปรวน หรือที่เรียกกันว่า “ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด” นั่นเอง

รู้หรือไม่ ! ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด ถือเป็นปัญหาสำคัญที่พบมากในหญิงชาวไทย สูงถึง 50-70%

ต้นเหตุ “ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด”

จากผลการศึกษาพบว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะซึมเศร้าหลังคลอด มาจากการเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) และโปรเจสเตอโรน (Progesterone) อย่างรวดเร็ว

โดยระหว่างที่คุณแม่ตั้งครรภ์อยู่นั้น ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนกับโปรเจสเตอโรนจะเพิ่มสูงขึ้น แต่หลังจากที่คลอดลูกแล้ว ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนกับโปรเจสเตอโรนจะลดลงทันที มีผลทำให้สารสื่อปะสาทเซโรโทนินลดลงด้วย ส่งผลให้คุณแม่รู้สึกเบื่อหน่าย มีอาการนอนไม่หลับ และเป็นสาเหตุของภาวะซึมเศร้าได้

นอกจากนี้ ความกังวลใจในการเลี้ยงดูบุตร การฟื้นฟูสภาพร่างกายหลังคลอด ถือเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้เกิด “ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด” ได้อีกด้วย

ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด มีกี่ประเภท?

อาการซึมเศร้าหลังคลอด แบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ๆ ดังนี้

1. ภาวะซึมเศร้าหลังคลอดที่เกิดจากปรับตัวหลังคลอดไม่ได้

มักเกิดขึ้นภายใน 2-5 วันแรกหลังคลอดใหม่ ๆ เกิดจากคุณแม่มีความกังวลใจในการเลี้ยงดูลูก หรือกลัวว่าจะเลี้ยงดูได้ไม่ดีบ้าง ทำให้รู้สึกอารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย วิตกกังวล นอนไม่หลับ

อาการเหล่านั้นจะค่อย ๆ ดีขึ้นและหายเองได้โดยไม่ต้องรักษา ก็ต่อเมื่อคุณแม่เริ่มปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงได้

2. โรคซึมเศร้าหลังคลอด

เป็นอาการต่อเนื่องจากภาวะซึมเศร้าแบบแรก โดยมักเกิดขึ้นตั้งแต่ 2 สัปดาห์จนถึงหลายเดือน ในระยะนี้คุณแม่จะเริ่มมีอาการรุนแรงมากขึ้น เช่น เบื่ออาหาร ร้องไห้บ่อย ความผูกพันกับลูกลดลง มีความคิดอยากทำร้ายตัวเอง อยากทำร้ายลูก

ระยะนี้ไม่สามารถรักษาให้หายเองได้ จึงควรพบแพทย์ทันที!!

3. โรคจิตหลังคลอด

ถือเป็นกระณีที่รุนแรงที่สุด โดยมักเกิดขึ้นเพียง 1-4 วันหลังคลอด คุณแม่จะมีอารมณ์ฉุนเฉียวง่าย ร้องไห้บ่อยสลับกับอารมณ์ดีผิดปกติคล้ายไบโพลาร์ นอกจากนี้ยังมีอาการหูแว่ว ประสาทหลอน ไปจนถึงได้ยินเสียงสั่งให้ฆ่าลูกได้เลยทีเดียว

ภาวะซึมเศร้าประเภทนี้ มีโอกาสพบได้น้อย และจำเป็นต้องได้รับการดูแลจากแพทย์อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับตัวเองและลูก

ป้องกัน “ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด” อย่างไรดี?

คุณแม่ลูกอ่อน สามารถ “ป้องกัน” หรือ “ลดความเสี่ยง” การเกิดภาวะซึมเศร้าหลังคลอด เพื่อเตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนและความเครียดหลังคลอดบุตร ด้วยวิธีเบื้องต้น ที่สามารถทำได้ง่าย ๆ เช่น

  • พักผ่อนให้เพียงพอ พยายามหาเวลาพักผ่อนระหว่างวันบ้าง 
  • ทานอาหารที่มีประโยชน์ ช่วยให้ระบบต่าง ๆ ของร่างกายทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ช่วยให้ร่างกายและจิตใจแข็งแรง สดใส
  • พูดคุยกับเพื่อนหรือคนในครอบครัว เพื่อระบายความในใจ

จากงานวิจัยหลายฉบับพบว่า การทาน “กิงโกะ” เป็นประจำ ช่วยลดอาการซึมเศร้า คลายกังวลได้ ด้วยเหตุนี้จึงมีการนำมาใช้รักษาผู้ป่วยโรคซึมเศร้ากันอย่างแพร่หลาย

ดังนั้น คนทั่วไป หรือคุณแม่ที่อย่านมแล้ว แต่มีอาการซึมเศร้า รู้สึกท้อแท้ เบื่อหน่ายชีวิต สามารถทาน กิงโกะ” ควบคู่กับการรักษาทางการแพทย์เพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น!!

ทั้งนี้ “กิงโกะ” เป็นสารสกัดจากธรรมชาติ จึงไม่ส่งผลข้างเคียงใด ๆ ต่อร่างกาย

เฮอร์บิเทีย กิงโกะ (Herbitia Ginkgo) ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบำรุง “ระบบประสาทและสมอง” ที่ผสานสารสกัดจากกิงโกะ ใบบัวบก พรมมิและข้าว ไว้ในหนึ่งเดียว

  1. สารสกัดจากกิงโกะ ปริมาณ 120 มก. ให้ กิงโกะฟลาโวนไกลโคไซน์ (Ginkgo flavone glycosides) 28.8 มก. และไบโลบาไลด์ (Bilobalide) 7.2 มก.
  2. สารสกัดจากใบบัวบก ปริมาณ 50 มก. ให้ เอเซียติโคไซด์ (Asiaticoside) 5 มก.
  3. สารสกัดจากพรมมิ ปริมาณ 150 มก. ให้ บาโคไซด์ (Bacosides) 75 มก.
  4. สารสกัดจากข้าว ปริมาณ 50 มก. ที่มีส่วนประกอบของ กาบ้า (Gaba)

ขึ้นทะเบียนเลขที่ อย. 14-1-16056-5-0011

ทั้งนี้ แนะนำให้ทาน “กิงโกะ” ควบคู่กับการรักษาทางการแพทย์ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด




ช่องทางด่วน… สำหรับปรึกษา/สอบถาม/สั่งซื้อสินค้า

คลิกที่นี่เพื่อสอบถามข้อมูลทางไลน์
คลิกที่นี่ เพื่อสอบถามข้อมูลทาง inbox
คลิกที่นี่ เพื่อโทรคุยกับแอดมิน 0837399822