การใช้ชีวิตในสังคมปัจจุบันที่มีทั้งความเครียดและปัญหาต่าง ๆ อาจทำให้รู้สึกเศร้า หดหู่ เบื่อหน่าย ไม่มีความสุข จนเป็น โรคซึมเศร้า” โดยไม่รู้ตัว !

โรคซึมเศร้า เป็นโรคทางจิตเวชที่มีความเกี่ยวข้องกับอารมณ์ มักเกิดจาก 3 สาเหตุหลัก คือ

  • พันธุกรรม มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคซึมเศร้า 
  • ความผิดปกติของการหลั่งสารเคมีในสมอง หรือความผันผวนของระดับฮอร์โมน
  • ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม เนื่องจากสถานการณ์ ความเครียด อารมณ์ หรือเหตุการณ์ที่ทำให้สะเทือนใจ

โรคซึมเศร้า สามารถรักษาหรือบรรเทาให้ดีขึ้นได้ จากการพูดคุย การทำจิตบำบัด รวมถึงการใช้ยาในการรักษา หากได้รับการรักษาเร็ว ผู้ป่วยจะดีขึ้นจนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติ

ในตำราแพทย์จีนโบราณมีการนำ “กิงโกะ” หรือ “แปะก๊วย” มาใช้ประโยชน์ในผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบประสาทและสมอง นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่นำ “กิงโกะ” มาเป็นตัวช่วยในการรักษาโรคซึมเศร้าอีกด้วย

“กิงโกะ” ตัวช่วย รักษาโรคซึมเศร้า

สารสกัดกิงโกะ (Ginkgo biloba extract : EGb) ช่วยฟื้นบำรุงระบบประสาทและสมอง มีสารสำคัญพวกฟลาโวนอยด์และเทอร์ปีน แลคโตน ช่วยต้านการจับตัวเป็นก้อนของเกล็ดเลือด เพิ่มอัตราการหมุนเวียนของเลือด ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องระบบประสาท ป้องกันสารพิษ และการบาดเจ็บที่ทำให้เกิดภาวะสมองบวม

งานวิจัย ใช้ “กิงโกะ” ร่วมกับการรักษาอาการโรคซึมเศร้า

ในปี 2018 Zhejiang Provincial Administration of Traditional Chinese Medicine ได้ศึกษาการใช้สารสกัดกิงโกะร่วมกับการให้ยาในการรักษาผู้ป่วยโรคซึมเศร้า โดยมีวิธีการทดลอง ดังนี้

1. คัดเลือกอาสาสมัคร

อาสาสมัครเป็นผู้ป่วยที่ได้การรับวินิจฉัยว่าเป็นโรคซึมเศร้า จำนวน 136 คน ตามหลักเกณฑ์ของ American Psychiatric Association (DSM-V) โดยมีเกณฑ์การคัดเลือก ดังนี้

  • เพศชายและหญิง อายุ 60 ปีขึ้นไป
  • ไม่แพ้สารสกัดกิงโกและยารักษาอาการโรคซึมเศร้า
  • ไม่รับประทานยา หรือดื่มสุราในปริมาณมาก ภายใน 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
  • ไม่มีประวัติติดสุราหรือสารเสพติด
  • ไม่มีโรคทางจิตเวชอื่น ๆ ไม่เป็นโรคไบโพล่าร์ ไม่มีประวัติโรคทางสมอง
  • ไม่มีประวัติเป็นโรคจิตเภท
  • ไม่เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด หรือโรคเกี่ยวกับเลือด
  • ไม่เป็นโรคเกี่ยวกับตับและไต รวมถึงโรคที่เกี่ยวกับต่อมไร้ท่อ

2. แบ่งกลุ่มการทดลอง

แบ่งอาสาสมัครออกเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้

  1. กลุ่มที่ได้รับสารสกัดกิงโกะร่วมกับยารักษาอาการโรคซึมเศร้า (EGb + Cit)
  2. กลุ่มที่ได้รับยารักษาอาการโรคซึมเศร้าเพียงอย่างเดียว (Cit)

3. วิธีวัดผลการทดลอง

วัดผลการทดลองโดยใช้แบบประเมิน Hamilton Depression Rating Scale (HAMD) เป็นแบบประเมินวัดระดับความรุนแรงของอาการซึมเศร้าในผู้ป่วย หากมีคะแนนรวมจากแบบทดสอบยิ่งสูง แสดงว่า ความรุนแรงของอาการซึมเศร้าในผู้ป่วยจะสูงตามไปด้วย ดังนี้

  • 0 – 7 คะแนน = ปกติ
  • 8 – 13 คะแนน = ซึมเศร้าเล็กน้อย
  • 14 – 18 คะแนน = ซึมเศร้าปานกลาง
  • 19 – 22 คะแนน = ซึมเศร้ารุนแรง
  • ≤ 23 คะแนน = ซึมเศร้ารุนแรงมาก

HAMD นิยมใช้ในการประเมินผลการรักษาและการทำวิจัยทางจิตเวชศาสตร์ เนื่องจากมีจำนวนข้อไม่มาก ไม่ยาก ใช้เวลาน้อย และมีความแม่นยำในการวัดการเปลี่ยนแปลงของโรคสูง

4. ผลการทดลอง

คะแนนจากการทำแบบประเมิน HAMD

จะเห็นได้ว่า คะแนนของผู้ป่วยทั้ง 2 กลุ่มก่อนการทดลองไม่แตกต่างกัน แต่ในทุกสัปดาห์หลังการทดลอง กลุ่มที่ได้รับสารสกัดกิงโกะร่วมกับยารักษาอาการโรคซึมเศร้า (EGb + Cit) มีคะแนนต่ำกว่ากลุ่มที่ได้รับยารักษาอาการโรคซึมเศร้าเพียงอย่างเดียว (Cit) ซึ่งแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

คะแนนจากการทำแบบประเมิน HAMD หลังการทดลองเป็นเวลา 12 สัปดาห์

กลุ่มที่ได้รับสารสกัดกิงโกะร่วมกับยารักษาอาการโรคซึมเศร้า (EGb + Cit) มีระดับคะแนนลดถึง 72% ในขณะที่กลุ่มที่ได้รับยารักษาอาการโรคซึมเศร้าเพียงอย่างเดียว (Cit) มีคะแนนลดเพียง 63% ซึ่งแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

พูดอีกอย่างก็คือ เมื่อผ่านไป 12 สัปดาห์ ผู้ป่วยที่ได้รับสารสกัดกิงโกะร่วมกับยารักษาอาการโรคซึมเศร้า (EGb + Cit) มีอาการเหลือเพียงภาวะซึมเศร้าเล็กน้อย ในขณะที่กลุ่มที่ได้รับยารักษาอาการโรคซึมเศร้าเพียงอย่างเดียว (Cit) ภาวะซึมเศร้าอยู่ในระดับปานกลาง

5. สรุปผลการวิจัย

หลังการรักษาเป็นระยะเวลา 12 สัปดาห์ พบว่า ผู้ป่วยที่ได้รับสารสกัดกิงโกะร่วมกับยารักษาอาการโรคซึมเศร้า (EGb + Cit) มีระดับความรุนแรงของโรคซึมเศร้าลดลงมากกว่า กลุ่มที่ได้รับยารักษาอาการโรคซึมเศร้าเพียงอย่างเดียว (Cit)

จึงสรุปได้ว่า “กิงโกะ” สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาโรคซึมเศร้า ควบคู่ไปกับการรักษาของแพทย์ได้จริง