การมองเห็นสิ่งต่าง ๆ รอบตัวไม่ชัดเจน โดยเฉพาะช่วงเวลากลางคืน เป็นอีกหนึ่งปัญหาสำคัญทางด้านสายตาที่ควรได้รับการแก้ไข เพราะอาการดังกล่าวอาจบ่งบอกได้ว่า คุณกำลังเสี่ยงเข้าสู่ภาวะ “ตาบอดตอนกลางคืน” หรือ “ตาพร่ามัวตอนกลางคืน” อยู่นั่นเอง

ลักษณะการมองเห็นของผู้มีปัญหาตาบอดกลางคืน

ทำความรู้จัก “ตาบอดกลางคืน”

“ตาบอดกลางคืน” (Night blindness) หรือที่เรียกกันว่า “ตาบอดไก่” เป็นความผิดปกติทางสายตาชนิดหนึ่ง ที่ส่งผลให้มองเห็นได้ไม่ชัดเจนในช่วงเวลากลางคืน หรือในที่แสงสลัว แต่ไม่ต้องกังวลไป! เพราะคุณอาจกลับมามองเห็นเป็นปกติอีกครั้ง เมื่อสภาพแวดล้อมโดยรอบสว่าง และมีแสงมากขึ้น

ตาบอดกลางคืน (Night Blindness)

ปกติแล้ว รูม่านตาของคนเราจะขยายขึ้นเมื่ออยู่ในที่มืด เพื่อให้แสงเข้าตาได้มากขึ้น แต่หากการทำงานภายในดวงตามีความผิดปกติ ก็อาจส่งผลให้ประสิทธิภาพการมองเห็นลดลงในช่วงเวลากลางคืนได้

อาการของภาวะ “ตาพร่ามัวตอนกลางคืน” สังเกตได้จากประสิทธิภาพการมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ที่ลดลง รวมทั้งอาจมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย ดังนี้

  • ตาพร่ามัว มองเห็นวัตถุระยะไกลไม่ชัด
  • ตาไวต่อแสง
  • ปวดหัว
  • ปวดตา
  • คลื่นไส้
  • อาเจียน

นอกจากนี้ ผู้ที่มีอาการตาพร่ามัวตอนกลางคืน ควรหลีกเลี่ยงการขับรถในเวลากลางคืน เพื่อความปลอดภัย และลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ

รวม 4 สาเหตุ ที่ทำให้ “ตาบอดกลางคืน”

ภาวะตาบอดตอนกลางคืน ส่วนใหญ่มาจากปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสายตา ดังนี้

1. ต้อหิน (Glaucoma)

“ต้อหิน” ถือเป็นอีกหนึ่งโรคตาที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อเส้นประสาทตาที่เชื่อมต่อกับสมอง ดวงตามักมองเห็นวัตถุไม่ชัดเจนในที่แสงสลัว นำไปสู่อาการตาพร่ามัวตอนกลางคืนได้

ต้อหิน เกิดจากความดันในลูกตาสูง

โดยปกติ ผู้ป่วยต้อหินจะมีเลนส์ตาโดยรอบขุ่นมัว ส่วนใหญ่จึงมีปัญหาด้านการมองเห็นทั้งในช่วงเวลากลางวัน และกลางคืน

2. ต้อกระจก (Cataract)

“ต้อกระจก” เป็นภาวะที่ทำให้เลนส์ตาเกิดความขุ่นขาว ส่วนใหญ่เกิดจากความเสื่อมตามวัย ส่งผลให้การมองเห็นลดลง และตาบอดตอนกลางคืนได้

ต้อกระจก เกิดจากเลนต์ตาเสื่อมแก้วตาเสื่อมสภาพจนมีความขุ่นมัว

3. สายตาสั้น (Myopia)

“สายตาสั้น” เป็นภาวะทางสายตาที่ทำให้การมองเห็นวัตถุในระยะไกลไม่ชัดเท่าการมองวัตถุในระยะใกล้ โดยเฉพาะช่วงเวลากลางคืน

สายตาสั้น

4. โรคจอประสาทตาเสื่อม ชนิด RP (Retinitis pigmentosa)

“โรคจอตาเสื่อมชนิด RP” เป็นหนึ่งในโรคจอประสาทตาเสื่อมที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม เกิดจากการเสื่อมของจอตาส่วนขอบ (peripheral retina) ที่มีเซลล์รับแสงรูปแท่ง (rod cells) ซึ่งมีหน้าที่ช่วยในการมองเห็นในตอนกลางคืน ดังนั้นผู้ป่วยโรคนี้ จึงมีอาการตาพร่ามัวตอนกลางคืน มองเห็นไม่ชัดในที่ที่มีแสงน้อย

จอประสาทตาเสื่อมชนิด RP

นอกจากนี้ ในภาวะที่ร่างกายขาดวิตามินเอ และผลข้างเคียงจากยาบางชนิด อาจทำให้รูม่านตาหดตัวลง จนลดความสามารถในการมองเห็นได้ โดยเฉพาะช่วงเวลากลางคืน

“ตาบอดตอนกลางคืน” รู้ไว แก้ไขทัน! 

การรักษาภาวะตาบอดตอนกลางคืน จะต้องรักษาที่ต้นเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการใส่คอนแทคเลนส์ ใส่แว่นตา และการผ่าตัด ตามการประเมินของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงการเลือกรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยแอนโทไซยานิดิน (Anthocyanidin) และแอนโทไซยาโนไซด์ (Anthocyanosides)

เฮอร์บิเทีย เบอร์รี่ 5 (Herbitia Berry 5) ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารฟื้นบำรุงดวงตา อัดแน่นไปด้วย “สารสกัดเบอร์รี่เข้มข้นถึง 5 ชนิด” ที่มีคุณสมบัติเป็น Super Antioxidant เข้าไว้ด้วยกัน ประกอบไปด้วยราชาแห่งเบอร์รี่อย่าง “แบล็คเคอร์แรนท์” ผสานคุณค่าด้วยสารสกัดจากเอลเดอร์เบอร์รี่  อโรเนียเบอร์รี่ มัลเบอร์รี่ และแครนเบอร์รี่

อุดมไปด้วยสารสำคัญอย่างแอนโทไซยานิน (Antocyanin) แอนโทไซยานิดิน (Anthocyanidin) และแอนโทไซยาโนไซด์ (Anthocyanosides) ซึ่งมีงานวิจัยรับรองแล้วว่า ช่วยเพิ่มการมองเห็นในเวลากลางคืน ทั้งยังช่วยลดอาการเมื่อยล้าของดวงตาจากการอยู่หน้าจอเป็นเวลานานอีกด้วย

อ่านสรรพคุณของบิลเบอร์รี่ คลิกที่นี่!