ภาวะต้อหิน (Glaucoma) เกิดจากการที่ผู้ป่วยมีอัตราการไหลเวียนเลือดในลูกตาต่ำกว่าปกติ ส่งผลให้ท่อน้ำหล่อเลี้ยงลูกตาเกิดการอุดตัน ทำให้ความดันลูกตาเพิ่มสูงขึ้น จนไปกดทับเส้นประสาทตา จนขั้วประสาทตาเกิดความเสียหาย ส่งผลให้ลานสายตาแคบลง จนอาจสูญเสียการมองเห็นภาวรได้

ด้วยเหตุนี้ การรักษาต้อหินส่วนใหญ่ จึงมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มอัตราการไหลเวียนเลือดในลูกตา เนื่องจากเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้จอประสาทตาเสียหาย จนเกิดเป็น “ต้อหิน” 

กิงโกะ (Gingko) ถูกใช้ในการแพทย์แผนจีนมานาน โดยหลัก ๆ จะเน้นไปที่รักษาผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบประสาท และสมอง รวมถึงระบบการไหลเวียนเลือด เนื่องจากสารสกัดจากกิงโกะ ให้สารสำคัญ เทอร์ปีน แลคโตน (terpene lactone) และฟลาโวนอยด์ ไกลโคไซด์ (flavonoid glycosides) ที่มีคุณสมบัติเพิ่มการไหลเวียนของเลือด โดยจะช่วยให้หลอดเลือดขยายตัว  และลดความหนืดของเลือด

ซึ่งคุณสมบัติที่กล่าวมา ทำให้แผนกจักษุวิทยา โรงพยาบาล NHIC Ilsan ร่วมกับสถาบันวิจัยการมองเห็น มหาวิทยาลัยการแพทย์ Yonsei ประเทศเกาหลีใต้ ได้ให้ความสนใจ และศึกษาฤทธิ์ของกิงโกะ ต่อภาวะ “ต้อหิน” โดยมีวิธีการทดลอง ดังนี้

1. คัดเลือกอาสาสมัคร 

คัดเลือกอาสาสมัครจำนวน 30 คน โดยมีเกณฑ์การคัดเลือก ดังนี้

  • เป็นผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะ “ต้อหิน” ที่โรงพยาบาล Gangnam Severance ประเทศเกาหลีใต้
  • อายุระหว่าง 18-80 ปี
  • ไม่เคยได้รับการรักษาต้อหินมาก่อน

2. แบ่งกลุ่มการทดลอง 

ในการทดลอง จะแบ่งกลุ่มผู้ป่วย เป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 15 คน ดังนี้

  1. กลุ่มที่ได้รับสารสกัดกิงโกะ 80 มิลลิกรัม (ฟลาโวนอยด์ไกลโคไซด์ 19.2%) 
  2. กลุ่มที่ได้รับยาหลอก (Placebo)

โดยทั้ง 2 กลุ่ม จะได้รับสารดังกล่าว วันละ 2 ครั้ง เป็นระยะเวลา 4 สัปดาห์ แล้วทำการวัดผลการทดลอง โดยเครื่องวัดอัตราการไหลเวียนเฉลี่ย ของเลือดในจอประสาทตา (Heidelberg retina flowmeter : HRF) ในวันแรก และวันสุดท้ายที่ทำการทดลอง

3. ผลการทดลอง

กราฟแสดงเปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงของอัตราการไหลเวียนเลือดเฉลี่ย และปริมาณเลือดในจอประสาทตา

หลังจากการทดสอบเป็นระยะเวลา 4 สัปดาห์ พบว่าผู้ป่วยที่ได้รับสารสกัดกิงโกะ มีอัตราการไหลเวียนเฉลี่ยของเลือดในจอประสาทตาเพิ่มขึ้นถึง 17%  และมีปริมาณเลือด ที่ไปเลี้ยงเส้นประสาทตาเพิ่มขึ้นจากเดิม 12%  เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ป่วยที่ได้รับยาหลอก

4. สรุปผลการทดลอง

ผู้ป่วยต้อหินที่ได้รับสารสกัดกิงโกะ เป็นระยะเวลา 1 เดือน จะช่วยเพิ่มอัตราการไหลเวียนเลือด และปริมาณเลือดในลูกตา ทำให้การมองเห็นดีขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นการฟื้นฟูดวงตาของผู้ป่วยต้อหินได้โดยตรง เนื่องจากการรักษาต้อหินส่วนใหญ่ มุ่งเน้นไปที่การเพิ่มอัตราการไหลเวียนเลือดในลูกตา สาเหตุหลักที่ทำให้จอประสาทตาเสียหาย จนเกิดเป็น “ต้อหิน” อีกทั้งยังช่วยฟื้นบำรุงขั้วประสาทตา และป้องกันตาบอดจากต้อหินได้อีกด้วย

ที่มา : Short-Term Effects of Ginkgo biloba Extract on Peripapillary Retinal Blood Flow in Normal Tension Glaucoma (2011)

เฮอร์บิเทีย ลูทีน (Herbitia Lutein) ช่วยชะลออาการของต้อหินให้คงที่และไม่ให้เป็นหนักกว่าเดิม อีกทั้งยังช่วยทำให้การมองเห็นชัดเจนยิ่งขึ้น
เฮอร์บิเทีย กิงโกะ (Herbitia Ginkgo) เพิ่มอัตราการไหลเวียนเลือด และปริมาณเลือดในลูกตา ทำให้อาการต้อหินดีขึ้น
อีกทั้งยังป้องกันตาบอดในผู้ป่วยโรคต้อหินได้อีกด้วย