หากคุณรู้สึกเหนื่อยล้ามาทั้งวัน แต่ไม่รู้ทำไม! พอตกดึก กลับเจอปัญหา นอนไม่หลับ หลับยาก หลับไม่สนิท จนกลายเป็นคนนอนน้อย พักผ่อนไม่เพียงพอ!!  หากสิ่งเหล่านี้กำลังกวนใจคุณ ต้องรีบหาทางแก้ไขอย่างเร่งด่วน!! เพราะขืนปล่อยไว้ อาจเกิดปัญหาสุขภาพตามมาได้

สำหรับประเทศไทย พบว่า คนไทยกว่า 19 ล้านคน มีปัญหา “นอนไม่หลับ” โดยสาเหตุส่วนใหญ่มาจาก สภาพการทำงานที่กดดัน ความเครียด จนทำให้เกิดอาการนอนหลับยาก หลับไม่สนิท ตื่นกลางดึกบ่อย

นอกจากนี้ หากมีความผิดปกติของสารเคมีในสมอง เช่น ระดับกาบาในสมองต่ำเกินไปจนเสียสมดุล ก็มีส่วนทำให้หลับยาก หลับไม่สนิท วิตกกังวล หรืออาจเกิดอาการซึมเศร้าได้อีกด้วย

ทำไม ? “กาบา” ถึงช่วยให้นอนหลับง่ายขึ้น

“กาบา” หรือ Gamma aminobutyric acid (GABA) เป็นสารสื่อประสาทที่ช่วยรักษาสมดุลในสมอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลาที่ร่างกายต้องการพักผ่อน โดยจะช่วยลดการกระตุ้นการทำงานของสมองที่มากเกินไป เพื่อทำให้สมองผ่อนคลาย ลดความเครียด ลดการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ ทำให้ร่างกายเข้าสู่ภาวะการนอนหลับได้ง่าย และช่วยให้นอนหลับสนิท

“กาบา” พบได้ในพืชหลายชนิด เช่น ข้าว ธัญพืช เต้าหู้ ฯลฯ ปัจจุบันจึงมีการสกัดกาบาจากข้าวมาใช้แก้อาการนอนไม่หลับ ซึ่งมีงานวิจัยที่ยืนยันถึงประสิทธิภาพของสารสกัดกาบาด้วย

งานวิจัยชี้ “กาบา” แก้อาการนอนไม่หลับได้จริง !

ในปี 2018 โรงพยาบาลแผนกประสาทวิทยาในประเทศเกาหลีใต้ ได้ทำการศึกษาประสิทธิภาพของ กาบา” (Gamma aminobutyric acid ; GABA) ที่ได้จากข้าว ในการรักษาผู้ป่วยที่มีปัญหานอนไม่หลับ โดยมีวิธีการทดลอง ดังนี้

1. คัดเลือกอาสาสมัคร

อาสาสมัครเป็นผู้ที่มีอาการนอนไม่หลับ ทั้งชายและหญิงจำนวน 40 คน โดยมีอายุมากกว่า 18 ปีขึ้นไป

2. แบ่งกลุ่มอาสาสมัคร

แบ่งอาสาสมัครออกเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้

  • กลุ่มที่ได้รับสารสกัดกาบา 300 มก./วัน จำนวน 30 คน
  • กลุ่มที่ได้รับยาหลอก (Placebo) จำนวน 10 คน

ทำการทดลองเป็นระยะเวลา 4 สัปดาห์

3. วิธีวัดผลการทดลอง

วัดผลโดยการตรวจการนอนหลับ (Polysomnography ; PSG) 2 รูปแบบ ดังนี้

  • Sleep latency เป็นการประเมินเวลาตั้งแต่เริ่มเข้านอนจนถึงเริ่มหลับ ซึ่งมีหน่วยเป็นนาที (ใช้เวลาน้อยยิ่งดี)
  • Sleep efficacy เป็นการประเมินประสิทธิภาพการนอนหลับ ซึ่งมีหน่วยเป็น % (หากค่า Sleep efficacy สูง แสดงว่า มีประสิทธิภาพการนอนหลับที่ดี)

4. ผลการทดลอง

การวัด Sleep latency

จากผลการทดลองจะเห็นได้ว่า กลุ่มที่ใช้สารสกัดกาบา ใช้เวลาตั้งแต่เข้านอนจนถึงเริ่มหลับ “สั้นลง” ส่วนกลุ่มที่ได้รับยาหลอกต้องใช้เวลานานขึ้นกว่าจะเริ่มหลับได้

การวัด Sleep efficacy

จากผลการทดลองจะเห็นได้ว่า ประสิทธิภาพการนอนหลับในกลุ่มที่ใช้สารสกัดกาบา “เพิ่มขึ้นสูงมาก” เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ใช้ยาหลอก

สรุปผลการวิจัย

การทานสารสกัดกาบา 300 มก./วัน มีส่วนช่วยให้ร่างกายเริ่มหลับได้เร็วขึ้น ไม่ตาค้างนาน และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการนอนหลับ ทำให้หลับได้อย่างเต็มอิ่ม

“เพราะการพักผ่อนอย่างเพียงพอเป็นสิ่งสำคัญ
อย่าลืมเลือก เฮอร์บิเทีย กิงโกะ
เป็นตัวช่วยเรื่องการนอนหลับของคุณนะคะ”