“นอนไม่หลับ หลับยาก หลับไม่สนิท” ล้วนเป็นอาการที่ควรเร่งแก้ไข ! เพราะหากคุณนอนไม่พอ ผลที่ตามมา นอกจากจะทำให้คุณรู้สึกตื่นมาแล้วไม่สดชื่นในเช้าวันใหม่ อาการเหล่านี้ยังบั่นทอนคุณภาพชีวิตและการทำงาน รวมถึงส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาวได้อีกด้วย

หากคุณมีอาการนอนไม่หลับอยู่บ่อย ๆ จะส่งผลให้ร่างกายอ่อนเพลีย รู้สึกมึนงง เฉื่อยชา ภูมิต้านทานลดลง ความดันโลหิตสูงขึ้น ทั้งยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ

วันนี้ ทาง Herbitia จึงขอเสนอเคล็ดลับแก้อาการ นอนไม่หลับ” รูปแบบใหม่ ด้วยวิธี 10-3-2-1-0 ที่ช่วยให้คุณหลับง่าย หลับลึก หลับอย่างมีคุณภาพ ที่สำคัญคือปลอดภัย และไม่ต้องพึ่งยานอนหลับ จะมีอะไรบ้างนั้น ตามไปดูกันเลยค่ะ

เคล็ดลับ แก้อาการนอนไม่หลับให้อยู่หมัด ด้วยวิธี 10-3-2-1-0

เมื่อล่าสุดที่ผ่านมา Dr. Jess Andrade กุมารแพทย์สาวชาวอเมริกันได้โพสต์ความรู้บนสื่อออนไลน์ผ่านอินสตาแกรม ถึงเคล็ดลับวิธีแก้อาการนอนไม่หลับ ด้วยวิธี 10-3-2-1-0 โดยมีความหมายตามตัวเลข ดังนี้

10 = 10 ชม. ก่อนนอน งดดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน

ช่วงเวลา 10 ชม. ก่อนนอน ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้หยุดดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนประกอบของคาเฟอีน ไม่ว่าจะเป็น เครื่องดื่มชูกำลัง ชา กาแฟ รวมถึงน้ำอัดลมต่างๆ เพื่อป้องกันการกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทส่วนกลาง ซึ่งส่งผลทำให้ “นอนไม่หลับ”

นอกจากนี้ หากดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนหรือกาแฟในตอนเช้า อาจทำให้ระบบเผาผลาญในร่างกายพังได้ ดังนั้น ควรดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนในช่วงเวลากลางวัน โดยจำกัดไม่เกิน 400 มก./วัน และ 200 มก./ครั้ง

3 = 3 ชม. ก่อนนอน เลี่ยงอาหารมื้อใหญ่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

3 ชม. ก่อนนอน คือ ช่วงเวลาที่ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารมื้อใหญ่ รวมถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากสิ่งเหล่านี้ จะไปยับยั้งการผลิตฮอร์โมนเมลาโทนิน ที่ช่วยให้เรานอนหลับได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังถือเป็นการเลี่ยงอาการจุกเสียด แน่นท้อง อาหารไม่ย่อย ที่จะไปรบกวนการนอนหลับของคุณได้ 

แต่หากใครยังติดนิสัยทานอาหารก่อนนอน ก็ควรเลือกทานอาหารที่มีกรดอะมิโนทริปโตเฟน (Tryptophan) ที่ช่วยกระตุ้นการหลั่งสารเซโรโทนิน ทำให้ร่างกายนอนหลับง่ายขึ้นกว่าเดิม เช่น ถั่ว นม ผลไม้ชนิดต่าง ๆ แทนอาหารที่หนักท้อง

2 = 2 ชม. ก่อนนอน หยุดทุกกิจกรรม

ไม่ว่าคุณกำลังทำกิจกรรมใด ๆ ก็ตาม เช่น ทำงาน อ่านหนังสือ เล่นมือถือ ดูโทรทัศน์ ควรหยุดทำกิจกรรมทุกอย่างภายใน 2 ชม. เพื่อเตรียมตัวเข้านอน เพราะพฤติกรรมเหล่านี้ จะส่งผลให้สมองทำงานหนัก ร่างกายเกิดความเครียดสะสม จนส่งผลให้อนไม่หลับ” ได้

1 = 1 ชม. ก่อนนอน งดใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

ผู้เชี่ยวชาญได้กล่าวไว้ว่า 1 ชั่วโมงก่อนนอน ควรลดการเล่นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ เพราะแสงสีฟ้า (blue light) จากหน้าจอ จะส่งผลให้ประสิทธิภาพการนอนหลับลดลง

เนื่องจากแสงสีฟ้า จะไปยับยั้งการหลั่งฮอร์โมนเมลาโทนิน ซึ่งจะส่งผลให้ “นอนหลับยาก”และยังส่งผลเสียต่อดวงตา ทำให้ผิวหนังเหี่ยวย่น เกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควรได้อีกด้วย

0 = จำนวนครั้งที่คุณกดปุ่มเลื่อนปลุก

หากกดปุ่มเลื่อนนาฬิกาปลุกอยู่บ่อยครั้ง เพื่อแลกกับการนอนต่อแค่ไม่กี่นาที!! ต้องขอบอกเลยว่าพฤติกรรมนี้ทำให้เรานอนหลับอย่างไม่มีคุณภาพ และเป็นการเริ่มต้นการนอนหลับรอบใหม่ (Cycles of sleep) ซึ่งจะส่งผลให้เรานอนหลับไม่เพียงพอ รู้สึกไม่สดชื่นไปตลอดทั้งวันได้

Dr. Jess Andrade ยังระบุเพิ่มเติมอีกว่า วิธี 10-3-2-1-0 อาจไม่เหมาะสำหรับทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาสุขภาพเรื้อรังบางอย่าง แต่อย่างไรก็ตาม หากมีอาการ นอนไม่หลับเรื้อรัง” ควรปรึกษาแพทย์ในทันที

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีปัญหา “นอนไม่หลับ หลับยาก หลับไม่สนิท” การทานอาหารที่มีช่วยบำรุงสมอง ช่วยในการนอนหลับ ก็ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือก ที่ช่วยแก้ปัญหาให้คุณได้

Herbitia ภูมิใจนำเสนอ “Herbitia Ginkgo” ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อัดแน่นไปด้วยสารสกัดจากใบแปะก๊วย ใบบัวบก พรมมิและข้าว รวมไว้ในหนึ่งเดียว มีส่วนช่วยบำรุงสมอง เสริมสร้างความจำ ช่วยในการนอนหลับ ทำให้หลับง่ายขึ้น หลับสนิทตลอดคืน แถมยังช่วยลดความเครียด คลายกังวล ได้อีกด้วย

อยากนอนหลับง่าย ต้องลอง!! เพียงวันละ 1 แคปซูล หลังอาหารเช้า เป็นประจำทุกวัน

ขอขอบคุณข้อมูลดี ๆ จาก