เมื่อพูดถึง “กิงโกะ” หรือใบแปะก๊วย หลายคนมักนึกถึงเรื่องความจำเป็นอันดับแรก แต่จริง ๆ แล้วเสน่ห์ของกิงโกะไม่ได้หยุดอยู่แค่การช่วยให้ความจำดีเท่านั้น เพราะในใบกิงโกะยังมีสารพฤกษเคมีหลายชนิดที่ทำงานร่วมกัน ทั้งในมุมของการดูแลระบบไหลเวียนเลือด การปกป้องเซลล์จากความเสื่อม และการสนับสนุนการทำงานของระบบประสาท
กิงโกไลด์ (Ginkgolide) ตัวช่วยเรื่องการไหลเวียน
กิงโกไลด์ (Ginkgolide) ซึ่งอยู่ในกลุ่มเทอร์พีนอยด์ สารกลุ่มนี้มีส่วนช่วยในระบบของการไหลเวียนเลือด พูดให้เข้าใจง่ายคือ เมื่อเลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น ร่างกายก็มีโอกาสลำเลียงออกซิเจน และสารอาหารไปยังอวัยวะต่างๆ ได้ดีขึ้น โดยเฉพาะสมองที่ต้องใช้ออกซิเจนตลอดเวลา นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมกิงโกะถึงถูกเชื่อมโยงกับความรู้สึก “สมองโล่งขึ้น” “คิดงานได้ดีขึ้น” หรือ “ลดความเบลอระหว่างวัน”

ไบโลบาไลด์ (Bilobalide) ดูแลระบบประสาท และสมอง
ไบโลบาไลด์ (Bilobalide) มักถูกพูดถึงในด้านการดูแลระบบประสาท และสมอง จุดเด่นของสารกลุ่มนี้คือการช่วยสนับสนุนสภาพแวดล้อมที่ดีของเซลล์ประสาท โดยเฉพาะเมื่อสมองต้องเผชิญความเครียด อนุมูลอิสระ หรือการใช้งานหนักจากชีวิตประจำวัน ถ้าเปรียบสมองเป็นศูนย์บัญชาการ ไบโลบาไลด์ก็เหมือนตัวช่วยดูแล “สายสื่อสาร” ภายในระบบประสาทให้ทำงานได้อย่างราบรื่นมากขึ้น
แคมป์เฟอรอล (Kaempferol) เกราะต้านอนุมูลอิสระให้หลอดเลือด
แคมป์เฟอรอล (Kaempferol) สารพฤกษเคมีในกลุ่มฟลาโวนอยด์ มีคุณสมบัติเด่นด้านสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เซลล์เกิดความเสื่อม รวมถึงเซลล์บุผนังหลอดเลือดที่มีบทบาทสำคัญต่อการไหลเวียน พูดง่าย ๆ คือ หลอดเลือดที่ดีไม่ใช่แค่ “ไม่อุดตัน” แต่ควรมีความยืดหยุ่น ผนังหลอดเลือดแข็งแรง และรับมือกับความเครียดจากการใช้ชีวิตได้ดีขึ้น
โปรแอนโทไซยานิดินส์ (Proanthocyanidins) ดูแลหลอดเลือดฝอย
สารอีกกลุ่มที่น่าสนใจ ซึ่งเป็นสารพฤกษเคมีที่พบได้ในพืชหลายชนิด และมักถูกพูดถึงในด้านการดูแลหลอดเลือดฝอย อาจดูเล็กมาก แต่มีความสำคัญไม่แพ้หลอดเลือดใหญ่ เพราะเป็นจุดที่เลือดนำออกซิเจน และสารอาหารไปส่งถึงเนื้อเยื่อต่าง ๆ ทั่วร่างกาย หากเปรียบระบบไหลเวียนเป็นถนน หลอดเลือดใหญ่คือถนนหลัก ส่วนหลอดเลือดฝอยคือซอยเล็ก ๆ ที่พาอาหารไปถึงหน้าบ้านทุกหลัง การดูแลหลอดเลือดฝอยจึงเป็นเหมือนการดูแลเส้นทางเล็ก ๆ ที่ทำให้ร่างกายทำงานได้ครบวงจร
กิงโกะจึงไม่ใช่แค่ “ใบไม้แห่งความจำ”
สิ่งที่ทำให้กิงโกะน่าสนใจคือสารหลายชนิดในใบไม่ได้ทำงานแยกกันแบบตัวใดตัวหนึ่ง แต่ให้ภาพรวมของการดูแลสุขภาพในหลายมิติ ทั้งการไหลเวียนเลือด การปกป้องเซลล์จากอนุมูลอิสระ และการสนับสนุนระบบประสาท จึงอธิบายได้ว่า ทำไมกิงโกะจึงถูกใช้เป็นภาพจำของสมอง ความจำ และความปลอดโปร่งมาอย่างยาวนาน อย่างไรก็ตาม แม้กิงโกะจะเป็นสมุนไพรที่ได้รับความนิยม แต่การนำมาใช้ก็ควรใช้ในปริมาณที่เหมาะ หรือใช้ตามคำแนะนำจากเภสัชกรหรือแพทย์เช่นกัน
อ้างอิง
- National Center for Complementary and Integrative Health, (2024), Ginkgo: Usefulness and Safety.
- Mei, N., et al., (2025), Ginkgo biloba: The Traditional Use, Phytochemistry, Pharmacology, and Therapeutic Applications.
- Boateng, I. D., (2023), Ginkgols and bilobols in Ginkgo biloba L.: A review of their extraction and bioactivities.
- van Beek, T. A., (2002), Chemical analysis of Ginkgo biloba leaves and extracts.
- Christen, Y., et al., (2002), What is Ginkgo biloba extract EGb 761? An overview—from molecular biology to clinical medicine.


