การเดินทางสู่ห้วงอวกาศอันกว้างใหญ่เป็นความใฝ่ฝันของมนุษยชาติมานานหลายศตวรรษ แต่เบื้องหลังภารกิจอันน่าทึ่งนั้น มีความท้าทายที่นักบินอวกาศต้องเผชิญอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความท้าทายด้านสุขภาพ ที่เกิดจากการอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไร้แรงโน้มถ่วงเป็นเวลานาน ซึ่งส่งผลกระทบต่อร่างกายอย่างรุนแรงและซับซ้อน ตั้งแต่กล้ามเนื้ออ่อนแรง กระดูกพรุน ไปจนถึง ปัญหาสุขภาพตา ซึ่งเป็นภัยเงียบที่อาจทำลายการมองเห็นของพวกเขาได้อย่างถาวร และในยุคแห่งเทคโนโลยีนี้ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้ก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยให้นักวิทยาศาสตร์และแพทย์สามารถคาดการณ์และรับมือกับความเสี่ยงเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ทำไมการอยู่ในอวกาศถึงทำร้ายดวงตา?

บนโลกมนุษย์ที่อยู่ภายใต้แรงโน้มถ่วง เลือดและของเหลวในร่างกายจะไหลเวียนตามปกติ แต่เมื่อนักบินอวกาศเดินทางไปถึงสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) ซึ่งเป็นสภาวะไร้น้ำหนัก ระบบการทำงานของร่างกายจะปั่นป่วนทันที ของเหลวในร่างกายจะลอยขึ้นไปสะสมบริเวณศีรษะและลำตัวส่วนบน ทำให้ใบหน้าของพวกเขาบวมและขาเล็กลง นี่คือต้นตอของปัญหาสุขภาพมากมายที่รู้จักกันในชื่อ SANS (Spaceflight Associated Neuro-ocular Syndrome) ซึ่งเป็นกลุ่มอาการทางระบบประสาทและตาที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางในอวกาศ

สาเหตุหลักของ SANS คือของเหลวที่ไหลขึ้นไปสะสมในส่วนบนของร่างกายจะไปเพิ่ม ความดันในกะโหลกศีรษะ (intracranial pressure) ทำให้เกิดการบวมของเส้นประสาทตา ส่งผลให้การมองเห็นของนักบินอวกาศพร่ามัวลง เส้นประสาทตาอาจเกิดการบวมอย่างถาวรในบางราย และยังพบความเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างของลูกตาและเส้นประสาทที่เชื่อมโยงกับสมองอีกด้วย ปัญหานี้สร้างความกังวลอย่างยิ่ง เพราะตามรายงานจากเว็บไซต์ Science Alert ระบุว่าปัญหานี้ส่งผลกระทบต่อ นักบินอวกาศมากกว่า 3 ใน 5 คน ที่เดินทางในอวกาศเป็นเวลานาน และที่น่ากังวลคือ ปัญหาดังกล่าวยังคงเกิดขึ้นได้แม้หลังจากที่พวกเขากลับมายังโลกแล้ว ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงที่ร้ายแรงอย่างยิ่งสำหรับภารกิจในอนาคต เช่น การสำรวจดาวอังคารที่ต้องใช้เวลาหลายปี

ทำไมการใช้ AI ในการคาดการณ์สุขภาพดวงตาจึงจำเป็น ?

การทำความเข้าใจและหาวิธีป้องกัน SANS เป็นเรื่องที่ซับซ้อนอย่างมาก เนื่องจากข้อมูลเกี่ยวกับปัญหานี้มีจำนวนจำกัดและแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล และที่สำคัญคือ นักบินอวกาศแต่ละคนมีลักษณะทางกายภาพและการตอบสนองต่อสภาวะไร้น้ำหนักไม่เหมือนกัน การจะวินิจฉัยและคาดการณ์ความเสี่ยงด้วยวิธีการแพทย์แบบดั้งเดิมจึงทำได้อย่างจำกัด และนี่คือเหตุผลสำคัญที่ต้องพึ่งพา AI

  • AI สามารถประมวลผลข้อมูลที่ซับซ้อนได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ในอดีต การวิเคราะห์ข้อมูลทางการแพทย์ของนักบินอวกาศแต่ละคน ซึ่งรวมถึงผลการสแกนสมอง MRI การตรวจตา และข้อมูลด้านสุขภาพอื่น ๆ ต้องใช้เวลาและความเชี่ยวชาญสูง แต่ การเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) ซึ่งเป็นแขนงหนึ่งของ AI สามารถประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาลจากนักบินอวกาศหลายร้อยคนได้อย่างรวดเร็วและค้นหารูปแบบที่ซับซ้อนซึ่งสายตามนุษย์อาจมองข้ามไปได้
  • การสร้างแบบจำลองคาดการณ์ความเสี่ยงเฉพาะบุคคล ตามรายงานจาก Science Alert ทีมนักวิจัยได้ใช้ AI เพื่อสร้างแบบจำลองที่สามารถคาดการณ์โอกาสที่นักบินอวกาศแต่ละคนจะเกิดอาการ SANS ได้อย่างแม่นยำ แบบจำลองนี้ได้รับการฝึกฝนด้วยข้อมูลที่หลากหลาย ตั้งแต่เพศ อายุ เวลาที่ใช้ในอวกาศ ไปจนถึงความดันตาและลักษณะทางกายภาพที่ละเอียดอ่อนของสมอง AI สามารถระบุว่าปัจจัยใดมีความสำคัญต่อการเกิด SANS มากที่สุด ทำให้แพทย์สามารถประเมินความเสี่ยงของนักบินอวกาศแต่ละคนได้อย่างเป็นระบบ
  • การวางแผนมาตรการป้องกันเชิงรุก การคาดการณ์ที่แม่นยำด้วย AI ไม่ได้เป็นเพียงแค่การทำนายเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการวางแผนมาตรการป้องกันล่วงหน้าได้ตั้งแต่เนิ่นๆ หาก AI คาดการณ์ว่านักบินอวกาศคนใดมีความเสี่ยงสูงต่อ SANS แพทย์ก็สามารถออกแบบโปรแกรมการออกกำลังกายที่เฉพาะเจาะจง หรือมาตรการป้องกันอื่น ๆ เช่น การใช้ยาหรืออุปกรณ์ที่ช่วยลดความดันในกะโหลกศีรษะ ซึ่งจะช่วยปกป้องสุขภาพของพวกเขาและทำให้ภารกิจในอวกาศปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

ความท้าทาย และบทบาทของ AI ในอนาคต

แม้ AI จะเป็นเครื่องมือที่ทรงพลัง แต่ปัญหาสุขภาพในอวกาศยังคงเป็นความท้าทายที่ต้องเผชิญต่อไป นอกเหนือจากปัญหาสุขภาพตาแล้ว นักบินอวกาศยังต้องรับมือกับภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรง กระดูกพรุน และผลกระทบจากรังสีในอวกาศอีกด้วย การผนวกรวม AI เข้ากับเทคโนโลยีทางการแพทย์และอวกาศอื่นๆ จึงเป็นกุญแจสำคัญในการรับมือกับความท้าทายเหล่านี้

ในอนาคต AI อาจถูกนำมาใช้เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพของนักบินอวกาศแบบเรียลไทม์ขณะปฏิบัติภารกิจในอวกาศ ช่วยให้สามารถตรวจพบความผิดปกติและให้การรักษาได้ทันท่วงที ก่อนที่ปัญหาจะลุกลาม บทเรียนจากนักบินอวกาศไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในห้วงอวกาศ แต่ยังสอนให้เราเห็นถึงความเปราะบางและความสามารถในการปรับตัวของร่างกายมนุษย์ ซึ่ง AI กำลังเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการขยายขีดความสามารถนั้นให้กว้างไกลยิ่งขึ้น เพื่อเปิดประตูสู่การสำรวจจักรวาลอันไกลโพ้นได้อย่างปลอดภัย

อ้างอิง: