
ในยุคดิจิทัลที่ทุกคนต่างใช้ชีวิตอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ และสมาร์ทโฟนเป็นเวลานาน อาการตาล้า, ตาแห้ง, และภาพเบลอจึงเป็นปัญหาที่หลีกเลี่ยงได้ยาก แต่รู้หรือไม่ว่าธรรมชาติได้มอบตัวช่วยดีๆ ที่จะมาช่วยบำรุง และปกป้องดวงตาของเรา นั่นก็คือ “เบอร์รี่” ผลไม้ลูกเล็กๆ แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยสารอาหารที่จำเป็นต่อดวงตา
สารสำคัญที่ช่วยบำรุงสายตาแอนโทไซยานิน (Anthocyanins)
เบอร์รี่หลากหลายชนิดมีจุดเด่นอยู่ที่เม็ดสีม่วงเข้มไปจนถึงน้ำเงิน นั่นคือ แอนโทไซยานิน สารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ชนิดหนึ่งที่พบมากในพืชตระกูลเบอร์รี่ สารนี้มีบทบาทสำคัญในการปกป้องและฟื้นฟูเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย รวมถึงเซลล์ในดวงตาของเราด้วย

กลไกการทำงานของแอนโทไซยานินต่อดวงตานั้นน่าสนใจมาก โดยเฉพาะการมีส่วนช่วยในการ ฟื้นฟูการทำงานของโรดอพซิน (Rhodopsin) ซึ่งเป็นสารที่จอประสาทตาใช้ในการมองเห็นในที่แสงน้อย หรือในเวลากลางคืน เมื่อเราต้องมองเห็นในที่มืด โรดอพซินจะถูกใช้ไป และต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูตัวเอง ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการภาพเบลอ หรือ การมองเห็นที่ไม่ชัดเจน แอนโทไซยานินจะเข้าไปช่วยเร่งกระบวนการฟื้นฟูนี้ ทำให้เราสามารถปรับการมองเห็นในสภาพแสงที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ สารแอนโทไซยานินยังช่วยลดการอักเสบ และเพิ่มการไหลเวียนโลหิตในเส้นเลือดฝอยบริเวณดวงตา ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงของโรคตาต่างๆ ได้อีกด้วย
บิลเบอร์รี่พระเอกตัวจริงเพื่อการมองเห็น
หากพูดถึงเบอร์รี่ที่โดดเด่นเรื่องการบำรุงสายตา คงต้องยกให้ บิลเบอร์รี่ (Bilberry) เป็นอันดับแรก ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ชนิดนี้มีขนาดเล็กกว่าบลูเบอร์รี่ และมีสีม่วงเข้มจัดจนเกือบดำ บิลเบอร์รี่ มีปริมาณแอนโทไซยานินสูงกว่าเบอร์รี่ชนิดอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด จึงได้รับการขนานนามว่าเป็น “ซูเปอร์ฟู้ดสำหรับดวงตา”

เรื่องราวของบิลเบอร์รี่ถูกเล่าขานมาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อนักบินของกองทัพอากาศอังกฤษพบว่าการรับประทานแยมบิลเบอร์รี่เป็นประจำช่วยให้พวกเขามองเห็นเป้าหมายได้ชัดเจนขึ้นในยามค่ำคืน ซึ่งเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ที่สนับสนุนคุณสมบัติของบิลเบอร์รี่ในการเพิ่มความสามารถในการมองเห็นในที่แสงน้อยได้เป็นอย่างดี

นอกจากบิลเบอร์รี่แล้ว ยังมีเบอร์รี่ชนิดอื่นที่อุดมไปด้วยแอนโทไซยานิน และสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อดวงตาอีกมากมาย เช่น
- บลูเบอร์รี่ (Blueberry) เป็นที่รู้จัก และหาซื้อง่าย มีสารแอนโทไซยานินในปริมาณสูงไม่แพ้บิลเบอร์รี่ และยังมีวิตามิน A และ C ที่ช่วยบำรุงเซลล์ประสาทตาและเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
- แบล็กเคอร์แรนต์ (Blackcurrant) มีวิตามินซีในปริมาณที่สูงมาก ซึ่งช่วยปกป้องดวงตาจากอนุมูลอิสระ นอกจากนี้ แอนโทไซยานินในแบล็กเคอร์แรนต์ยังช่วยลดความดันในดวงตา และเพิ่มการไหลเวียนโลหิตบริเวณดวงตาได้
- แครนเบอร์รี่ (Cranberry) ถึงแม้จะโดดเด่นเรื่องการป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ แต่แครนเบอร์รี่ก็มีสารแอนโทไซยานินและสารต้านอนุมูลอิสระอื่นๆ ที่ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ในดวงตาได้เช่นกัน
การรับประทานเบอร์รี่เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นผลสด น้ำผลไม้ หรือในรูปแบบอาหารเสริม จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ง่ายและอร่อยในการดูแลสุขภาพดวงตาของเรา ให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยบอกลาปัญหาภาพเบลอจากอาการตาล้าได้อย่างแท้จริง
แหล่งอ้างอิง:
- Matsumoto, H. et al. (2003). Stimulatory Effect of Cyanidin‑3‑Glycosides on the Regeneration of Rhodopsin.
- Watson, R. R. (2014). Blueberries, Bilberries, and Eye Health. In Handbook of Blueberry Science (pp. 1–13). Wageningen Academic Publishers.
- Nakaishi, H., Matsumoto, H., Tominaga, T., Hirayama, M., & Sakaue, M. (2000). Effects of blackcurrant anthocyanins on visual field in patients with glaucoma. Japanese Journal of Ophthalmology, 44(6), 551–557.
- Kashiwagi, M., Ozawa, Y., & Tsubota, K. (2014). Effects of bilberry extract on eye fatigue and dry eye. Journal of Nutritional Science and Vitaminology (Tokyo), 60(4), 273–278.
- Kalt, W. (2010, 2020). Recent Research on Polyphenolics (Anthocyanins) in Vision and Eye Health.
