เมื่อก้าวเข้าสู่วัย 30 ปี ร่างกายของเราเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงในหลายด้าน ทั้งการเผาผลาญที่ลดลง การสะสมของไขมันที่ง่ายขึ้น และความเสื่อมของอวัยวะต่างๆ ทำให้ช่วงวัย 30-60 ปี เป็นช่วงที่ต้องเฝ้าระวังโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เป็นพิเศษ ซึ่งมักถูกเรียกว่า “โรคเงียบ” เนื่องจากมักไม่มีอาการแสดงที่ชัดเจนในระยะแรก กว่าจะรู้ตัวก็อาจสายเกินไปแล้ว ในปี 2025 นี้ เราจึงควรให้ความสำคัญกับ 5 โรคเงียบที่กำลังคุกคามคนในวัยนี้อย่างน่าจับตามอง ได้แก่ โรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง มะเร็ง และภาวะอ้วนลงพุง

1. โรคหัวใจ (Cardiovascular Disease) 

โรคหัวใจเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของคนไทยและทั่วโลก โดยเฉพาะในกลุ่มคนวัยทำงานที่ต้องเผชิญกับความเครียดสูง พฤติกรรมการกินอาหารที่ไม่มีประโยชน์ และการขาดการออกกำลังกาย โรคหัวใจและหลอดเลือดเกิดขึ้นเมื่อมีไขมันและคอเลสเตอรอลสะสมในผนังหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดตีบแคบ เลือดไหลเวียนไม่สะดวก ส่งผลให้หัวใจทำงานหนักขึ้น

  • อาการที่ควรระวัง : เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก เหนื่อยง่ายผิดปกติ หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือเป็นลมหมดสติ
  • แนวทางป้องกัน : ควบคุมอาหารที่มีไขมันและโซเดียมสูง ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ลดความเครียด และงดสูบบุหรี่

2. โรคเบาหวาน (Diabetes Mellitus) 

โรคเบาหวานเกิดจากความผิดปกติของตับอ่อนในการผลิตอินซูลิน หรือร่างกายไม่สามารถนำอินซูลินไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ หากปล่อยไว้เป็นเวลานานจะส่งผลกระทบต่ออวัยวะสำคัญต่างๆ เช่น ไต ตา และระบบประสาท

  • อาการที่ควรระวัง : ปัสสาวะบ่อย กระหายน้ำบ่อย หิวบ่อย น้ำหนักลดผิดปกติ และแผลหายช้า
  • แนวทางป้องกัน : ควบคุมการบริโภคน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรต ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และตรวจสุขภาพประจำปีเพื่อวัดระดับน้ำตาลในเลือด

3. โรคความดันโลหิตสูง (Hypertension) 

โรคความดันโลหิตสูงคือภาวะที่ความดันในหลอดเลือดแดงสูงกว่าปกติอย่างต่อเนื่อง ทำให้หลอดเลือดแข็งและเสื่อมสภาพเร็วขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคหลอดเลือดสมองและโรคหัวใจ

  • อาการที่ควรระวัง : มักไม่มีอาการในระยะแรก บางรายอาจมีอาการปวดศีรษะ เวียนศีรษะ หรือมีอาการตามัว
  • แนวทางป้องกัน : ลดการบริโภคอาหารเค็ม (โซเดียม) ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ออกกำลังกาย และพักผ่อนให้เพียงพอ

4. โรคมะเร็ง (Cancer) 

โรคมะเร็งเป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของเซลล์ในร่างกายที่เจริญเติบโตผิดปกติอย่างรวดเร็วและควบคุมไม่ได้ จนเกิดเป็นก้อนเนื้อที่อาจแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นๆ ได้ ปัจจัยเสี่ยงหลักของโรคมะเร็งประกอบด้วยพันธุกรรม พฤติกรรมการใช้ชีวิต และสิ่งแวดล้อม

  • อาการที่ควรระวัง : ขึ้นอยู่กับชนิดของมะเร็ง แต่โดยทั่วไปอาจมีอาการเหนื่อยง่ายผิดปกติ น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ มีก้อนเนื้อตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย หรือมีเลือดออกผิดปกติ
  • แนวทางป้องกัน : ตรวจคัดกรองมะเร็งเป็นประจำตามคำแนะนำของแพทย์ เช่น ตรวจเต้านม มะเร็งปากมดลูก หรือมะเร็งลำไส้ใหญ่ หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์

5. ภาวะอ้วนลงพุง (Abdominal Obesity) 

ภาวะอ้วนลงพุง ไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงาม แต่เป็นสัญญาณอันตรายที่บ่งชี้ถึงความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังหลายชนิด เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และโรคความดันโลหิตสูง โดยเกิดจากการสะสมของไขมันบริเวณช่องท้อง ซึ่งจะไปรบกวนการทำงานของอวัยวะภายใน

  • อาการที่ควรระวัง : วัดรอบเอวเกินกว่าเกณฑ์มาตรฐาน (สำหรับผู้ชายมากกว่า 90 ซม. และผู้หญิงมากกว่า 80 ซม.)
  • แนวทางป้องกัน : ควบคุมอาหารที่มีไขมันและน้ำตาลสูง เน้นการบริโภคผักผลไม้ และออกกำลังกายสม่ำเสมอ โดยเฉพาะการออกกำลังกายที่เน้นการลดไขมันหน้าท้อง

การตระหนักถึงความเสี่ยงของโรคเงียบทั้ง 5 ชนิดนี้เป็นก้าวแรกที่สำคัญ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันอย่างเหมาะสม การตรวจสุขภาพเป็นประจำ และการปรึกษาแพทย์อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้เราสามารถป้องกันและจัดการกับโรคเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เรามีสุขภาพที่ดีและใช้ชีวิตในวัย 30-60 ปีได้อย่างเต็มที่และมีความสุข

อ้างอิง

  • กระทรวงสาธารณสุข. (2565). คู่มือแนวทางการควบคุมป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก.
  • สมาคมโรคหัวใจแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์. (2566). แนวทางการวินิจฉัยและรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือด.
  • สมาคมเบาหวานแห่งประเทศไทย. (2565). แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรคเบาหวาน.
  • World Health Organization (WHO). (2024). Noncommunicable diseases country profiles 2024. Geneva: WHO Press.
  • Mayo Clinic Staff. (2024). Heart disease. Retrived from https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/heart-disease/symptoms-causes/syc-20353118