หอมแดง ลูกเล็กแต่สเป็กซูเปอร์ฟู้ด ไม่ได้เด่นแค่เรื่องความหอมและรสชาติในเมนูอาหารไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งของสารสำคัญอย่าง เควอซิทิน (Quercetin) ที่มีบทบาททั้งด้านการต้านอนุมูลอิสระ ลดการอักเสบ และเกี่ยวข้องกับการ ลดความดัน อีกด้วย หลายคนอาจไม่รู้ว่า “หอมแดง เควอซิทิน ลดความดัน” คือคีย์เวิร์ดสำคัญด้านสุขภาพที่ซ่อนอยู่ในผักพื้นบ้านหัวเล็ก ๆ นี้

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเควอซิทินทำงานร่วมกับสารอีกตัวที่ชื่อว่า เรสเวอราทรอล (Resveratrol) ยังส่งผลดีต่อสุขภาพดวงตา หลอดเลือด และความเสื่อมของเซลล์ในระยะยาว บทความนี้จะพาคุณทำความรู้จักหอมแดงให้ลึกขึ้น ว่าทำไม “ลูกเล็ก ๆ” นี้ถึงมี “สเป็ก” ระดับซูเปอร์ฟู้ดของจริง

เควอซิทินในหอมแดงคืออะไร ทำไมถึงสำคัญต่อการลดความดัน

เควอซิทิน (Quercetin) คือสารในกลุ่มไบโอฟลาโวนอยด์ (Bioflavonoids) ที่พบได้ในผักและผลไม้หลายชนิด เช่น หอมแดง หอมหัวใหญ่ แอปเปิล บรอกโคลี บลูเบอร์รี่ และชาเขียว แต่ในบรรดาหัวหอมทั้งหลาย “หอมแดง” ถือเป็นหนึ่งในแหล่งที่มีเควอซิทินในระดับที่โดดเด่น จนถูกมองว่าเป็นหนึ่งในผักที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง

หน้าที่หลักของเควอซิทินคือการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องเซลล์ในร่างกายจากความเสียหายที่เกิดจากอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการอักเสบเรื้อรังและโรคเรื้อรังต่าง ๆ เช่น โรคหัวใจ หลอดเลือดตีบ รวมถึงภาวะความดันโลหิตสูง

1. ต้านอนุมูลอิสระ ลดการอักเสบในร่างกาย

ลองนึกภาพว่าอนุมูลอิสระคือ “สนิม” ที่ค่อย ๆ กัดกร่อนเซลล์ในร่างกายเรา ทั้งจากมลภาวะ แสงแดด ควันบุหรี่ ความเครียด และอาหารบางชนิด เควอซิทินทำหน้าที่เหมือนชุดเกราะที่ช่วยลดการเกิดอนุมูลอิสระ และช่วยลด “ไฟการอักเสบ” ในร่างกายการลดการอักเสบเรื้อรังสำคัญมาก เพราะการอักเสบระดับต่ำแต่ต่อเนื่องมักเกี่ยวข้องกับโรคหลายชนิด เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคข้อเสื่อม และโรคเมตาบอลิกอื่น ๆ การกินหอมแดงเป็นประจำในปริมาณที่เหมาะสมจึงเป็นวิธีง่าย ๆ ในการเสริมเกราะป้องกันให้ร่างกายในระยะยาว

2. ช่วยเรื่องภูมิแพ้ และระบบทางเดินหายใจ

เควอซิทินยังถูกมองว่าเป็นเหมือน “ยาต้านฮีสตามีนจากธรรมชาติ” เพราะสามารถยับยั้งการหลั่งฮีสตามีนจากเซลล์เม็ดเลือดขาว ฮีสตามีนคือสารที่ทำให้เกิดอาการแพ้ต่าง ๆ เช่น คันตา น้ำมูกไหล จาม คัดจมูก ด้วยกลไกนี้ ทำให้เควอซิทินช่วยบรรเทาอาการภูมิแพ้ทางเดินหายใจ เช่น แพ้ฝุ่น แพ้เกสรดอกไม้ หรืออาการคล้ายหวัดจากภูมิแพ้ได้ในระดับหนึ่ง นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการกินหอมแดง หรือการใช้หอมแดงในอาหารและสมุนไพรพื้นบ้าน จึงมักถูกเชื่อมโยงกับการบรรเทาอาการคัดจมูกหรือหวัดเบื้องต้น

3. หอมแดง เควอซิทิน ลดความดัน เกี่ยวกันอย่างไร?

จุดเด่นอีกข้อที่น่าสนใจมากคือความเชื่อมโยงระหว่าง หอมแดง เควอซิทิน ลดความดัน ในกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงด้านหัวใจและหลอดเลือด จากข้อมูลงานวิจัยบางส่วนพบว่าเควอซิทินอาจมีส่วนช่วยให้หลอดเลือด “คลายตัว” เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น และช่วยลดความดันโลหิตในผู้ที่มีภาวะความดันสูงได้ในระดับหนึ่ง

เมื่อผนวกเข้ากับข้อเท็จจริงที่ว่าหอมแดงยังมีแร่ธาตุอย่างธาตุเหล็กและทองแดง ซึ่งช่วยสนับสนุนการสร้างเม็ดเลือดแดงและการลำเลียงออกซิเจนไปทั่วร่างกาย ทำให้หัวใจไม่ต้องทำงานหนักเกินไปในระยะยาว การเลือกกินอาหารที่มีหอมแดงร่วมกับการดูแลพฤติกรรมอื่น ๆ จึงอาจช่วยสนับสนุนเป้าหมายการ “ลดความดัน” ไปพร้อมกับการดูแลหัวใจ

หอมแดง = แหล่งเควอซิทินธรรมชาติ + สารต้านอนุมูลอิสระ + ตัวช่วยสนับสนุนการไหลเวียนเลือดและการลดความดันอย่างเป็นธรรมชาติ

การทำงานร่วมกันของ Resveratrol + Quercetin คู่หูสายต้านอักเสบและต้านอนุมูลอิสระ

นอกจากเควอซิทินแล้ว ยังมีอีกหนึ่งสารที่ถูกพูดถึงบ่อยในเรื่องสุขภาพและการชะลอวัย คือ เรสเวอราทรอล (Resveratrol) ซึ่งเป็นสารโพลีฟีนอลที่พบได้ในองุ่นแดง เปลือกองุ่น ไวน์แดง และผลไม้ตระกูลเบอร์รี่บางชนิด

ทั้งเรสเวอราทรอลและเควอซิทินต่างก็มีคุณสมบัติสำคัญคล้ายกัน คือ

  • ต้านอนุมูลอิสระ
  • ลดการอักเสบ
  • สนับสนุนการทำงานของหลอดเลือด
  • มีส่วนช่วยป้องกันโรคเรื้อรังหลายชนิด

แต่จุดที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ เมื่อทั้งสองสารนี้ทำงาน ร่วมกัน ผลลัพธ์อาจดียิ่งกว่าการใช้เพียงสารใดสารหนึ่งเดี่ยว ๆ

1. เสริมฤทธิ์กันเหมือนทีมเวิร์ก

มีงานวิจัยหลายชิ้นพูดถึง “ฤทธิ์เสริมกัน (synergy)” ระหว่างเรสเวอราทรอลและเควอซิทิน กล่าวคือเมื่อได้รับทั้งสองชนิดพร้อมกัน ร่างกายจะดูดซึมและใช้ประโยชน์จากสารทั้งคู่ได้ดีขึ้น บางการศึกษาพบว่าการใช้ร่วมกันช่วยเพิ่มความสามารถในการต้านการอักเสบและอนุมูลอิสระได้มากกว่าการใช้สารใดสารหนึ่งเพียงลำพัง

ถ้าเปรียบเป็นทีมฟุตบอล

  • เควอซิทิน = กองกลางคุมเกม ช่วยรุกช่วยรับ
  • เรสเวอราทรอล = เพลย์เมกเกอร์ สร้างจังหวะและเชื่อมเกม
    พอจับคู่กัน สุขภาพของเราก็เหมือนได้ทีมที่แข็งแรงขึ้นอีกขั้น

2. ช่วยลดแรงดันในดวงตา และปกป้องเซลล์ตาจากการอักเสบ

อีกหนึ่งมิติที่น่าสนใจของคู่หู Resveratrol + Quercetin คือ การดูแลสุขภาพดวงตา และ การลดแรงดันในลูกตา ซึ่งเกี่ยวข้องกับภาวะ “ต้อหิน” ที่เป็นสาเหตุสำคัญของการสูญเสียการมองเห็นในระยะยาว

งานทดลองบางส่วนพบว่า เมื่อใช้เรสเวอราทรอลร่วมกับเควอซิทินในระบบส่งยาที่เหมาะสม สามารถช่วยลดความดันในลูกตาได้ต่อเนื่อง และให้ผลดีกว่าการใช้เรสเวอราทรอลเพียงตัวเดียว เควอซิทินยังช่วยให้เรสเวอราทรอลซึมผ่านเข้าสู่เนื้อเยื่อตาได้ดีขึ้น เหมือนช่วย “ส่งเพื่อนร่วมทีมไปถึงสนาม” อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้านการลดการอักเสบในเซลล์ดวงตา เช่น เยื่อบุตา กระจกตา ก็มีข้อมูลว่าสารทั้งสองช่วยลดการหลั่งสารกระตุ้นการอักเสบและลดการเกิดอนุมูลอิสระในเซลล์ตา จึงมีศักยภาพในการนำไปต่อยอดในการพัฒนายาหรือผลิตภัณฑ์ดูแลดวงตาในอนาคต

3. สนับสนุนหัวใจ หลอดเลือด และการชะลอวัย

เมื่อพูดถึงเรสเวอราทรอล หลายคนจะนึกถึงภาพ “ไวน์แดงกับหัวใจ” เพราะมีงานวิจัยส่วนหนึ่งชี้ว่าการได้รับเรสเวอราทรอลในปริมาณเหมาะสมอาจช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจและช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ เมื่อจับคู่กับเควอซิทินที่มีบทบาทในเรื่องการไหลเวียนเลือดและการลดความดัน จึงยิ่งเสริมกันในมิติของ

  • การปกป้องผนังหลอดเลือดจากการอักเสบ
  • การลดการสะสมของคราบไขมันบางชนิดในหลอดเลือด
  • การลดความเครียดออกซิเดชัน (Oxidative stress) ในระดับเซลล์

ในภาพรวม เราสามารถมอง Resveratrol + Quercetin เป็น “คู่หูโภชนเภสัชภัณฑ์” ที่ช่วยสนับสนุนทั้งหัวใจ หลอดเลือด ดวงตา และกระบวนการชะลอวัยควบคู่กันไป

หอมแดงกับประโยชน์ด้านอื่น ๆ ที่ไม่ควรมองข้าม

นอกจากเรื่องเควอซิทินและการลดความดันแล้ว หอมแดงยังมีประโยชน์ด้านอื่น ๆ ที่น่าสนใจ เช่น

  • เสริมภูมิคุ้มกัน : สารในกลุ่มกำมะถัน (เช่น อัลลิซิน) และสารต้านอนุมูลอิสระอื่น ๆ ในหอมแดง ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานดีขึ้น สนับสนุนการต่อสู้กับเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย
  • ช่วยเรื่องหวัดและอาการคัดจมูก : ในแพทย์พื้นบ้าน มักใช้หอมแดงทุบแล้วดม หรือนำมาผสมกับน้ำมะนาวและน้ำผึ้งเพื่อบรรเทาอาการหวัด คัดจมูก และเจ็บคอ
  • อาจช่วยเรื่องไขมันในเลือด : สารต้านอนุมูลอิสระในหอมแดงบางชนิดอาจช่วยลดการเกิดออกซิเดชันของคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเกิดหลอดเลือดตีบ

ทั้งหมดนี้ตอกย้ำภาพว่า การกินหอมแดงไม่ใช่แค่เพิ่มรสชาติ แต่ยังช่วยเสริมสุขภาพในหลายระบบพร้อมกัน

Fun Fact: เควอซิทินมาจาก “ป่าโอ๊ก”

เกร็ดเล็ก ๆ ที่หลายคนอาจไม่รู้คือ ชื่อ “Quercetin” มาจากภาษาละตินคำว่า “quercetum” ที่แปลว่า “ป่าโอ๊ก” เพราะสารนี้ถูกค้นพบครั้งแรกจากการสกัดเปลือกต้นโอ๊กในยุโรปเมื่อศตวรรษที่ 19 ก่อนจะถูกค้นพบในผักผลไม้อื่น ๆ ตามมาในภายหลัง

ดังนั้นทุกครั้งที่คุณกินหอมแดง ก็เหมือนคุณกำลังรับสารพฤกษเคมีตัวเดียวกับที่ครั้งหนึ่งเคยถูกค้นพบจากป่าไม้เก่าแก่ในยุโรปเลยทีเดียว

สรุปหอมแดงลูกเล็ก แต่สเป็กซูเปอร์ฟู้ดของจริง

เมื่อมองลึกลงไปในสารอาหารและสารออกฤทธิ์ในหอมแดง จะเห็นได้ชัดว่าหัวเล็ก ๆ นี้มีของดีซ่อนอยู่เยอะมาก โดยเฉพาะ เควอซิทิน ที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ลดการอักเสบ บรรเทาอาการภูมิแพ้ เสริมภูมิคุ้มกัน และยังเกี่ยวข้องกับการดูแลหัวใจและการ ลดความดัน อีกด้วย เมื่อจับคู่กับสารอย่าง เรสเวอราทรอล ที่พบในองุ่นแดงและไวน์แดง ก็ยิ่งเกิดพลังเสริมกัน ทั้งในการปกป้องหลอดเลือด ลดการอักเสบ ต้านความเครียดออกซิเดชัน รวมถึงมีศักยภาพด้านการลดแรงดันในดวงตาและปกป้องเซลล์ตาจากความเสียหาย

ดังนั้น การใส่ “หอมแดง” ลงไปในจานอาหาร ไม่ได้ช่วยแค่เพิ่มกลิ่นหอมและรสชาติ แต่ยังเป็นการเติม “ซูเปอร์ฟู้ด” ให้ร่างกายในทุก ๆ วันด้วย ไม่ว่าจะกินเป็นยำ เป็นน้ำพริก เป็นเครื่องแกง หรือโรยหน้าเมนูจานโปรด ก็ล้วนเป็นวิธีง่าย ๆ ในการดูแลสุขภาพจากวัตถุดิบใกล้ตัว สุดท้ายนี้ อยากชวนให้จำคีย์เวิร์ดประจำบทความว่า “หอมแดง เควอซิทิน ลดความดัน” การเพิ่มหอมแดงในมื้ออาหารอย่างพอดี ร่วมกับการดูแลอาหารและไลฟ์สไตล์โดยรวม อาจเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสนับสนุนการลดความดันและดูแลหัวใจได้ในระยะยาวอย่างเป็นธรรมชาติ

แหล่งอ้างอิง
  1. ผู้จัดการออนไลน์ – “หอมแดง สมุนไพรบ้าน ๆ มากประโยชน์” (อ้างอิงข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข)
  2. Healthline – What Are Shallots? Nutrition, Benefits, and Substitutes (2019).
  3. Natesan, S. et al. International Journal of Biological Macromolecules (2017). Co-encapsulated resveratrol and quercetin for intraocular pressure reduction.
  4. Abengózar-Vela, A. et al. Investigative Ophthalmology & Visual Science (2015). Quercetin and Resveratrol Decrease Inflammatory and Oxidative Responses in Human Ocular Cells.
  5. Duyvesteijn, J. (2024). Boosting Longevity with the Synergistic Effects of Quercetin and Resveratrol, For Youth Magazine.