ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คนจำนวนมากเริ่มหันมาสนใจ “แร่ธาตุ” มากขึ้น โดยเฉพาะ Magnesium (แมกนีเซียม) ซึ่งถูกเรียกว่าเป็นหนึ่งในแร่ธาตุที่สำคัญที่สุดของร่างกาย แต่กลับเป็นสารอาหารที่คนขาดกันมากโดยไม่รู้ตัว

Magnesium จำเป็นต่อร่างกายอย่างไร

Magnesium (แมกนีเซียม) เป็นแร่ธาตุที่มีบทบาทในปฏิกิริยาทางชีวเคมีมากกว่า 300 กระบวนการในร่างกายตั้งแต่การทำงานของกล้ามเนื้อ ระบบประสาท ไปจนถึงการสร้างพลังงานของเซลล์หน้าที่สำคัญของ Magnesium ได้แก่

  1. ช่วยควบคุมการทำงานของระบบประสาท : แมกนีเซียมช่วยควบคุมการส่งสัญญาณระหว่างเซลล์ประสาท ทำให้สมองและร่างกายตอบสนองต่อความเครียดได้ดีขึ้น
  2. ช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัว : แคลเซียมทำให้กล้ามเนื้อหดตัว ส่วนแมกนีเซียมทำหน้าที่ตรงข้าม คือช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัว
  3. มีบทบาทต่อการสร้างพลังงานของเซลล์ : แมกนีเซียมเกี่ยวข้องกับการสร้าง ATP (Adenosine Triphosphate) ซึ่งเป็นพลังงานหลักของเซลล์
  4. เกี่ยวข้องกับคุณภาพการนอนหลับ : แมกนีเซียมช่วยควบคุมสารสื่อประสาท เช่น GABA ซึ่งเป็นสารที่ทำให้สมองเข้าสู่โหมดผ่อนคลาย

งานวิจัยหลายชิ้นพบว่า คนจำนวนมากได้รับแมกนีเซียมไม่เพียงพอ เนื่องจากอาหารแปรรูปมากขึ้น ความเครียดในชีวิตประจำวัน การสูญเสียแร่ธาตุจากเหงื่อ จึงทำให้แมกนีเซียมกลายเป็นหนึ่งในแร่ธาตุที่หลายคนเริ่มให้ความสำคัญมากขึ้น

รูปแบบของ Magnesium 

แมกนีเซียมมีหลายรูปแบบ ซึ่งแต่ละรูปแบบมีคุณสมบัติการดูดซึมแตกต่างกัน โดยสองรูปแบบที่ได้รับความนิยมในอาหารเสริมคือ Magnesium bisglycinate และ Magnesium malate

Magnesium Bisglycinate คือ รูปแบบที่แมกนีเซียมจับกับกรดอะมิโน glycine ข้อดีของรูปแบบนี้คือ ดูดซึมได้ดี ระคายเคืองทางเดินอาหารต่ำ และ Glycine ที่มีบทบาทช่วยให้ระบบประสาทผ่อนคลาย จึงมีผลโดยตรงต่อการนอนหลับ การลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ และการผ่อนคลายระบบประสาท

Magnesium Malate คือ แมกนีเซียมที่จับกับ malic acid ซึ่งเป็นสารที่เกี่ยวข้องกับ Krebs Cycle หรือกระบวนการสร้างพลังงานของเซลล์ ข้อดี คือ มีการดูดซึมที่ดี ช่วยสนับสนุนการสร้างพลังงาน เหมาะกับคนที่มีอาการอ่อนล้า

สมดุล Zn และ Cu ในร่างกาย

สังกะสี (Zinc) และทองแดง (Copper) เป็นแร่ธาตุที่ทำงานเกี่ยวข้องกันอย่างใกล้ชิด หลายคนอาจรู้จัก Zinc ในเรื่องภูมิคุ้มกัน ผิวหนัง ฮอร์โมน แต่สิ่งที่หลายคนไม่รู้คือ การได้รับ Zinc มากเกินไปโดยไม่มี Copper อาจทำให้สมดุลของแร่ธาตุเสียได้ สาเหตุเพราะ Zinc และ Copper ใช้ระบบการดูดซึมที่ใกล้เคียงกันในลำไส้

ถ้า Zinc สูงเกินไป อาจไปลดการดูดซึม Copper โดย Copper มีบทบาทสำคัญ เช่น การสร้างพลังงานของเซลล์ การสร้างเม็ดเลือดแดง การทำงานของเอนไซม์หลายชนิด การสร้างสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น Superoxide Dismutase (SOD) ดังนั้นร่างกายจำเป็นต้องได้รับ “สมดุลของ Zn และ Cu” เพื่อให้ทั้งสองแร่ธาตุทำงานร่วมกันได้อย่างเหมาะสม

เมื่อรวมแมกนีเซียมเข้ากับ Zinc และ Copper ในสัดส่วนที่เหมาะสม ก็จะเกิดการทำงานร่วมกัน (Synergy) ที่ส่งผลต่อระบบสำคัญของร่างกาย เช่น การนอนหลับ พลังงาน และการผ่อนคลายของระบบประสาท

Synergy ของ Zn • Cu • Mg ต่อร่างกาย

เมื่อ Magnesium, Zinc และ Copper อยู่ในสมดุลที่ดี ทั้งสามแร่ธาตุจะช่วยสนับสนุนระบบสำคัญของร่างกายหลายด้าน

  • การนอนหลับ : Magnesium มีบทบาทต่อระบบประสาทผ่านสารสื่อประสาท GABA ซึ่งเป็นสารที่ช่วยให้สมองเข้าสู่ภาวะสงบ และเตรียมร่างกายเข้าสู่การนอนหลับ ขณะที่ Zinc มีความเกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบประสาท การสื่อสารระหว่างเซลล์ประสาท โดยงานวิจัยพบว่าการได้รับ Zinc และ Magnesium ในปริมาณที่เหมาะสม อาจช่วยสนับสนุนคุณภาพการนอนหลับได้
  • การสร้างพลังงาน : Magnesium และ Copper มีบทบาทสำคัญในกระบวนการสร้างพลังงานของเซลล์ โดยที่ Copper เป็นส่วนหนึ่งของเอนไซม์ใน mitochondria ซึ่งเป็นโรงงานพลังงานของเซลล์ ในขณะที่ Magnesium จำเป็นต่อการสร้างและใช้ ATP ดังนั้นเมื่อทั้งสองแร่ธาตุทำงานร่วมกันจึงช่วยสนับสนุนการทำงานของระบบพลังงานในร่างกาย
  • การผ่อนคลาย : Magnesium ช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัว ขณะที่ Zinc มีบทบาทต่อสมดุลของระบบประสาทการได้รับแร่ธาตุเหล่านี้อย่างสมดุล จึงช่วยให้ร่างกายอยู่ในภาวะสมดุลระหว่างความตึงเครียด-การผ่อนคลาย ซึ่งมีผลต่อทั้งคุณภาพการนอนหลับและการฟื้นตัวของร่างกาย
  • การลดการอักเสบของสิว : Zinc และ Magnesium คือ แร่ธาตุคู่หูที่ช่วยจัดการปัญหาสิวได้อย่างครบวงจร โดย Zinc ทำหน้าที่เป็นสารต้านการอักเสบ ช่วยควบคุมการผลิตน้ำมันส่วนเกินบนใบหน้า และยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่เป็นต้นเหตุของสิวอักเสบ ในขณะที่ Magnesium จะเข้ามาช่วยลดระดับฮอร์โมนความเครียดหรือคอร์ติซอล ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นสำคัญที่ทำให้สิวเห่อ และยังช่วยลดการระคายเคือง การทำงานร่วมกันของแร่ธาตุทั้งสองจึงช่วยลดอาการอักเสบภายนอกและต้นเหตุจากระบบภายในร่างกาย ช่วยให้สิวอุดตันลดลง สมานแผลสิวให้หายไวขึ้น และเสริมสร้างเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรงดูสุขภาพดี โดยควรเลือกทานในรูปแบบที่ร่างกายดูดซึมได้ง่ายเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดในการดูแลผิวพรรณ
  • ระบบสืบพันธุ์และสเปิร์ม : การทำงานร่วมกันของ Zinc, Magnesium และ Copper เป็นหัวใจสำคัญในการเสริมสร้างสุขภาพระบบสืบพันธุ์ชาย โดยเฉพาะความแข็งแรงของอสุจิ โดย Zinc ถือเป็นแร่ธาตุหลักที่ช่วยเพิ่มปริมาณอสุจิและกระตุ้นการผลิตฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน ในขณะที่ Magnesium ช่วยสนับสนุนกระบวนการสร้างพลังงานเพื่อให้สเปิร์มเคลื่อนที่ได้ดี ส่วน Copper มีบทบาทสำคัญในการทำงานของเอนไซม์ที่จำเป็นต่อเซลล์ ซึ่งต้องรักษาสมดุลควบคู่ไปกับ Zinc การได้รับแร่ธาตุทั้งสามจึงไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มโอกาสในการปฏิสนธิ แต่ยังช่วยรักษาความสมบูรณ์ของพันธุกรรมภายในอสุจิให้แข็งแรงและพร้อมสำหรับการมีบุตรอย่างมีประสิทธิภาพ

การกินแบบ SHOT (Direct to Mouth) และการดูดซึมใต้ลิ้น(Sublingual)

รูปแบบอาหารเสริมแบบ SHOT (Direct to Mouth) เป็นรูปแบบที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้น เนื่องจากมีข้อดีหลายประการ เช่น

  1. สะดวกต่อการรับประทาน สามารถรับประทานได้ทันทีโดยไม่ต้องชงน้ำ
  2. ปริมาณแม่นยำหนึ่งซองเท่ากับหนึ่ง serving
  3. บางส่วนสามารถดูดซึมผ่านใต้ลิ้นได้ บริเวณใต้ลิ้นมีเส้นเลือดจำนวนมากทำให้สารบางชนิดสามารถดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้โดยตรง

การดูดซึมใต้ลิ้น(Sublingual) เป็นรูปแบบที่ดูดซึมเร็วที่สุด และได้รับประโยชน์มากที่สุด จึงมักใช้กับยาหรืออาหารเสริมที่มีมูลค่า หรือเพื่อแก้ปัญหาการดูดซึมของสารนั้นๆ ประโยชน์ของรูปแบบนี้มีมากมาย เช่น

  1. สามารถดูดซึมได้ทันทีใน 1-2 นาที ไม่จำเป็นต้องรอให้แคปซูลละลายที่ระบบทางเดินอาหาร หรือรอไปที่ลำไส้จึงไวกว่าแบบแคปซูล 10-15 เท่า
  2. การดูดซึมผ่านเส้นเลือดฝอยใต้ลิ้นและเยื่อบุในช่องปาก จะเข้าสู่กระแสเลือดโดยตรง โดยไม่ผ่านกระเพาะอาหารและตับ สารอาหารจึงไม่ถูกกรดหรือเอนไซม์ทำลาย ทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วนเกือบ 100%
  3. เหมาะกับยาหรือสารอาหาร ที่ต้องการความรวดเร็วสูง เช่น ยาบางชนิด วิตามินและแร่ธาตุ
  4. เหมาะกับยาหรือสารอาหาร ที่เสียสภาพง่ายหรือดูดซึมที่กระเพาะอาหารหรือลำไส้ได้ยาก เช่น วิตามินบี 12 ที่มักมีปัญหาในการดูดซึมที่ระบบทางเดินอาหาร

ดังนั้นในปัจจุบันการดูดซึมใต้ลิ้นจึงเป็นที่นิยม แต่ยังไม่แพร่หลายมากนัก ปัจจัยสำคัญก็คือ “รสชาติ” เพราะเป็นสิ่งที่สัมผัสกับลิ้นโดยตรง และทำได้ค่อนข้างยาก เพราะยิ่งสารหรือวิตามินเยอะยิ่งทำให้รสชาติไม่อร่อย

Magnesium เป็นแร่ธาตุสำคัญที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทำงานของร่างกายหลายด้าน ตั้งแต่การทำงานของระบบประสาท การคลายตัวของกล้ามเนื้อ ไปจนถึงการสร้างพลังงานของเซลล์ เมื่อรวมกับ Zinc และ Copper ในสัดส่วนที่เหมาะสม จะเกิดการทำงานร่วมกันที่ช่วยสนับสนุน คุณภาพการนอนหลับ การสร้างพลังงานและการผ่อนคลายของร่างกาย ขณะที่การใช้ Magnesium ในรูปแบบที่ดูดซึมได้ดี เช่น bisglycinate และ malate ร่วมกับรูปแบบการรับประทานแบบ SHOT (Direct to Mouth) เพื่อให้เกิดการดูดซึมใต้ลิ้น ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ช่วยให้การเสริมแร่ธาตุทำได้สะดวกและต่อเนื่องมากขึ้นในชีวิตประจำวัน

ในปัจจุบัน อาหารเสริมแมกนีเซียมมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ แต่สิ่งที่สำคัญไม่ใช่แค่มีแมกนีเซียม เท่านั้นแต่คือ รูปแบบของแร่ธาตุ สมดุลของแร่ธาตุและวิธีการรับประทาน หนึ่งในรูปแบบที่น่าสนใจคือ DAiLYMIN Zn•Cu•Mg หรือ MAGNESIUM SHOT ที่ประกอบด้วย Magnesium bisglyciate และ Magnesium malate รวม 190.6 มก. Zinc bisglyciate 15 มก. จาก NovoMin® รวมถึง Copper ที่ถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์ทั้ง การดูดซึม การใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน และรูปแบบการทานที่ง่ายและอร่อย

แหล่งอ้างอิง

  • Volpe, S. L. (2013). Magnesium in disease prevention and overall health. Advances in Nutrition.
  • Rosanoff, A., Weaver, C. M., & Rude, R. K. (2012). Suboptimal magnesium status in the United States. Nutrition Reviews.
  • Barbagallo, M., & Dominguez, L. J. (2010). Magnesium and aging. Current Pharmaceutical Design.
  • Prasad, A. S. (2013). Discovery of human zinc deficiency. Nutrition.
  • Uriu-Adams, J. Y., & Keen, C. L. (2005). Copper, oxidative stress, and human health. Molecular Aspects of Medicine.