หากพูดถึงสารอาหารบำรุงดวงตาที่เรารู้จักและคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี คงหนีไม่พ้น “ลูทีน” และ “เบอร์รี่” ซึ่งสารอาหาร 2 ชนิดนี้มีคุณประโยชน์ที่ใกล้เคียงกัน จนทำให้หลายคนแยกไม่ออกและเกิดคำถามในหัวว่า “ควรทานตัวไหนเพื่อบำรุงสายตา?” วันนี้ Herbitia จะมาไขข้อข้องใจ ถึงความแตกต่างระหว่าง “ลูทีน” กับ “เบอร์รี่” ให้เพื่อน ๆ ได้ทราบกันค่ะ
ทำความรู้จัก “ลูทีน”
“ลูทีน” (Lutein) เป็นสารสีเหลืองในกลุ่มแคโรทีนอยด์ที่พบได้ในดวงตาของเรา โดยเฉพาะบริเวณเลนส์ตาและศูนย์กลางจอประสาทตา (Macula) ร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์ลูทีนขึ้นมาเองได้ จึงจำเป็นต้องได้รับจากการทานอาหารหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเท่านั้น

ลูทีน (Lutein) ที่พบได้ในดวงตาโดยเฉพาะบริเวณศูนย์กลางจอประสาทตา (Macula)
อาหารที่อุดมไปด้วยลูทีน มักพบในผักผลไม้ที่มีสีเขียว สีส้มเหลือง เช่น ปวยเล้ง คะน้า บร็อคโคลี่ ฟักทอง แครอท มะละกอ มะเขือเทศ เป็นต้น (อ่านบทความ 10 ผักผลไม้บำรุงดวงตาที่มีลูทีนสูง)
จุดเด่นของ “ลูทีน”

ลูทีน มักพบในผักผลไม้ที่มีสีเขียว สีส้มเหลือง เช่น ปวยเล้ง คะน้า บร็อคโคลี่ เป็นต้น
จุดเด่นของลูทีน คือ ช่วยกรองแสงสีฟ้าจากหน้าจอต่าง ๆ รวมทั้งรังสียูวีจากดวงอาทิตย์ที่คอยทำร้ายดวงตาของเรา อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงและชะลอการเกิดโรคตาต่าง ๆ เหล่านี้ ได้แก่
- จอประสาทตาเสื่อม
- วุ้นในตาเสื่อม
- จอประสาทตาลอก
- ต้อกระจก
- ต้อเนื้อ ต้อลม
- ตาแพ้แสง
- ตาล้า ตาแห้ง
จากงานวิจัยหลายฉบับพบว่า คนเราควรรับประทานลูทีน 10-20 มก./วัน จึงจะมีประโยชน์ต่อดวงตา บำรุงสุขภาพดวงตาได้อย่างเต็มที่
ทำความรู้จัก “เบอร์รี่”
“เบอร์รี่” ผลไม้ที่ถูกจัดให้เป็น 1 ใน Superfood ชั้นดี เพราะอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูอิสระชั้นเยี่ยม อย่างแอนโทไซยานิน (Anthocyanins) แอนโทไซยาโนไซด์ (Anthocyanosides) นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งของวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิดที่ดีต่อดวงตาและมีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น เควอซิติน (Quercetin) รูติน (Rutin) วิตามินเอ (Vitamin A) วิตามินซี (Vitamin C) เป็นต้น

“แบล็คเคอร์แรนท์” (Blackcurrant) ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ที่ถูกขนานนามว่าเป็น “ราชาแห่งเบอร์รี่”
ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงเป็นอันดับต้น ๆ ในบรรดาเบอร์รี่ด้วยกัน ได้แก่ แบล็คเคอร์แรนท์ เอลเดอร์เบอร์รี่ อโรเนียเบอร์รี่ เป็นต้น
จุดเด่นของ “เบอร์รี่”
จากงานวิจัยหลายฉบับพบว่า “แอนโทไซยานิน” สารต้านอนุมูลอิสระชั้นเยี่ยมที่พบในผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ มีคุณสมบัติเด่นเรื่องป้องกันอาการตาบอดกลางคืน ช่วยให้มองเห็นในที่มืดได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

ผู้ที่มีปัญหาตาบอดกลางคืน ควรหลีกเลี่ยงการขับรถในเวลากลางคืน เพื่อความปลอดภัย
ยิ่งไปกว่านั้น “เบอร์รี่” ยังเด่นเรื่องเพิ่มการไหลเวียนเลือด ช่วยให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงเส้นเลือดฝอยที่ดวงตาได้ดียิ่งขึ้น จึงมีส่วนช่วยลดรอยคล้ำบริเวณดวงตาได้อีกด้วย
นอกจากนี้ “ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่” ยังมีสรรพคุณช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดในผู้ป่วยเบาหวาน จึงช่วยป้องกันภาวะเบาหวานขึ้นตา และชะลอการของโรคต้อกระจก ลดอาการตาล้า ตาแห้ง ได้อีกด้วย
สรุป คือ
- ผู้ที่มีปัญหาจอประสาทตาเสื่อม วุ้นในตาเสื่อม จอประสาทตาลอก ต้อกระจก ต้อเนื้อ ต้อลม ตาแพ้แสง ตาล้า ตาแห้ง แนะนำให้ทาน “ลูทีน”
- ผู้ที่มีปัญหาตาบอดกลางคืน มีรอยคล้ำรอบดวงตา ต้อกระจก ตาล้า ตาแห้ง แนะนำให้ทาน “เบอร์รี่”
“ทั้งนี้ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด แนะนำให้ทานคู่กัน เพื่อบำรุงดวงตาแบบครบวงจร”
ใช้สายตาเยอะขนาดนี้ ก็อย่าลืมดูแลดวงตากันด้วยนะคะ ด้วยความห่วงใยจากเฮอร์บิเทีย…